Monthly Archives: June 2016

ใช่ "ครั้งแรกของเธอ" หรือไม่ สังเกตได้ง่ายๆจากพฤติกรรม

ใช่ “ครั้งแรกของเธอ” หรือไม่ สังเกตได้ง่ายๆจากพฤติกรรม

ใช่ "ครั้งแรกของเธอ" หรือไม่  สังเกตได้ง่ายๆจากพฤติกรรม

ใช่ “ครั้งแรกของเธอ” หรือไม่ สังเกตได้ง่ายๆจากพฤติกรรม

ในการเล่นเกมส์รักหรือศึกรักบนเตียง  หนุ่มๆหลายคนชอบสาวๆที่มีอารมณ์พลิ้วไหวในเกมส์รัก แต่บางครั้งหนุ่มๆเองก็แอบสงสัยว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเธอหรือไม่ เพราะว่าเธอดูจะเป็นงานเหลือเกิน ดังนั้นในวันนี้เราจึงมีวิธีการสังเกตสาวๆว่า หากเธอทำเช่นนี้นี้อาจจะไม่ใช่ศึกรักครั้งแรกของเธอย่างแน่นอน

  1. อาบน้ำรอคุณ การทำความสะอาดร่างกายด้วยการอาบน้ำ แล้วห่มห่อกายสักเล็กน้อยด้วยผ้า  จากนั้นก็นอนรอคอยอยู่บนเตียง   ซึ่งการทำเช่นนี้ถือว่าเป็นสัญญาณเสียวที่บ่งบอกว่า เธอเองเตรียมตัวพร้อมรับการมาเยือนครั้งนี้แล้ว  หรือไม่เธอก็จะทำตัวว่างงาน และทำตัวงุ่นง่านอยู่ใกล้ๆ หลังที่เธอทำการอาบน้ำเสร็จ ก็ไม่เห็นว่าจะต้องทำอะไรอื่นอีกเลย   การคอยรักษาระยะความใกล้เอาไว้และทำตัวไม่ห่างจากกัน  ซึ่งนั้นเป็นการแสดงออกมาว่าอีกฝ่ายนั้นต้องการอะไร
  2. รู้วิธีในการสัมผัสกายของอีกฝ่ายอย่าง “ถึงอารมณ์” รู้ได้ว่าจุดไปคือจุดสะดุดอารมณ์ก็คงข้าม  ซึ่งยิ่งโดนหรือไม่โดนใจยิ่งหยั่งรู้ แถมยังรู้ดีว่าจุดไหนที่ไวต่อการสัมผัส หรือบอบบางในเรื่องของการกระตุ้นอารมณ์ และไม่ยอมที่จะเสียเวลานานกับสิ่งที่ไม่ใช่  แถมเธอเองยังรู้วิธีในการจัดการกับอารมณ์อีกฝ่ายอย่างไรดี
  3. ตอบโต้ “ถึงใจ” จากการใช้ปาก ซึ่งเธอเองนั้นจูบได้เก่งและเนียนมาก  จากการใช้ลิ้นวนเวียนก็เข้าขั้น เหมือนเป็นการกำลังสอนอีกฝ่ายโดยไม่ต้องใช้คำพูด โดยค่อยๆ จูง ค่อยจูนๆ เพื่อให้ทิศทางลิ้นไปพร้อมๆ กันเมื่อมีการประกบปากต่อปาก   นอกจากนี้แล้วตัวของเธอเองก็ยังมีลูกเล่นที่ไม่เหมือนใคร  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์เฉพาะบุคคลเท่านั้น   ใช่ว่าจะสามารถที่จะสอนหรือจะลอกเลียนแบบกันได้   ต้องลองให้ได้สัมผัสกายกันและกันเสียก่อนถึงจะรู้   อย่าว่าแต่ท่าบังคับอย่าง Missionary เลย  แต่ยังมีต่อเนื่องไปยังสเต็ปอย่างท่า Victory ก็จะไม่มีสะดุดจนกลายเป็นท่วงท่าและลีลาใหม่   ส่งผลทำให้ไปถึงความเสียวซ่านสุดขั้วอารมณ์ จนทำให้เกิดเป็นความประทับใจหรือสงสัยในเรื่องประสบการณ์
  4. แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที ไม่ใช่แค่ว่าการอยู่บนหรืออยู่ด้านล่างเท่านั้น   เมื่อไรที่องศาร้อนเร่าไม่เข้าที่  อุปกรณ์อย่างหมอนหนุนก็สามารถที่จะนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำไปรองแผ่นหลังของอีกฝ่าย เพื่อให้เกดองศาเสียวเอียงเอนได้ตามมุมถนัดของสาว  อะไรที่ดูเหมือนว่าจะติดขัดก็แก้ปัญหาได้   โดยจะช้าๆ หรือเร็วๆ ก็รู้จักกับการใช้เกียร์ การเหยียบคันเร่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นงานเอามาก อย่างกับผู้กำกับหนังแบบไม่ต้องมีใครบอก
จิ๊มิ ... ทำไมมีกลิ่น?

จิ๊มิ … ทำไมมีกลิ่น?

จิ๊มิ ... ทำไมมีกลิ่น?

จิ๊มิ … ทำไมมีกลิ่น?

คุณสาวๆเคยเอะใจมั้ย เมื่อเดินช็อปปิ้งในซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือซุปเปอร์สโตร์ แล้วได้พบกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดน้องสาวสุดรักสุดหวง จริงๆแล้วกลิ่นจิ๊มิเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าไม่ได้ฟุ้ง ตลบอบอวลออกมานอกร่มผ้าจนสุดทน

 

ทำไมช่องคลอดจึงมีกลิ่น?

ช่องคลอดจัดได้ว่าเป็นระบบนิเวศที่สมดุลของแบคทีเรียและของเหลวที่ถูกปล่อยผ่านออก ค่า pH ในช่องคลอดคือราวๆ 4.5 การรวมกันของแบคทีเรียและของเหลวนี้ สามารถปล่อยกลิ่นไม่พึงประสงค์บางอย่าง ส่วนใหญ่ของกลิ่นนี้ยอมรับได้ว่าเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ แต่ก็มีบ่อยครั้งในบางคน ที่กลิ่นส่วนเกินจากปกติสร้างปัญหาในชีวิต จากการสำรวจของเหล่านรีแพทย์สรุปกันว่า กลิ่นจากช่องคลอดที่ถือว่าปกติไม่ควรเกิน 1 ฟุต จากจุดกำเนิด

 

กลิ่นจากช่องคลอดอาจเกิดได้หลายสาเหตุ อาทิ

 

– แบคทีเรียในช่องคลอด หรือ Bacterial Vaginosis (BV)

โดยปกติในช่องคลอดมักมีแบคทีเรียที่แข็งแรงอาศัยอยู่ แต่ถ้ามันถูกรบกวนจากแบคทีเรียที่ไม่แข็งแรง เช่น เจ้า BV ก็มักทำให้แบคทีเรียกลุ่ม Gardnerella Vaginalis เพิ่มขึ้นจนเกินปกติ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการคันยิบๆภายในช่องคลอด จิ๊มิมีกลิ่นคาวแรง อาจยิ่งฉุนมากขึ้นเมื่อสัมผัสกับน้ำอสุจิ และสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้ออื่นๆตามมาได้ แต่ภาวะนี้ก็สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ

 

– อาหาร

อาหารโปรดของคุณผู้หญิงหลายคน มักมีส่วนประกอบของกระเทียม หัวหอม หน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงน้ำพริกต่างๆ ล้วนส่งผลต่อกลิ่นตัวได้ทั้งสิ้น ซึ่งในผู้หญิงแล้ว หมายรวมถึงกลิ่นภายในช่องคลอดได้เช่นกัน

 

– ยา / อาหารเสริม

– ยาปฏิชีวนะอาจมีผลต่อสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของกลิ่น ยาแก้แพ้อาจทำให้ช่องคลอดแห้งและลดสารคัดหลั่งภายใน ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อกลิ่น นอกจากนี้ สมุนไพรและน้ำมันหอมระเหยที่นิยมใช้กัน ก็สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของกลิ่นภายในช่องคลอดได้เช่นกัน

 

– เหงื่อ

หากมีเหงื่อจากใต้วงแขนออกมาก บริเวณช่องคลอดก็มีแนวโน้มเหงื่อออกมากได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อเหงื่อรวมกับของเหลวอื่นภายในช่องคลอด ก็อาจเกิดเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ จริงๆแล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่บางครั้งบางคนอาจเกินธรรมชาติ จึงควรเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังการออกกำลังกาย หรือสวมใส่เสื้อผ้าที่เนื้อสามารถระบายอากาศได้ดี

 

– การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ในแต่ละรอบประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิงมีผลกับค่า pH ภายในช่องคลอด ซึ่งอาจส่งผลถึงกลิ่นของจิ๊มิได้ วัยหมดประจำเดือนก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้เช่นกัน ระดับฮอร์โมนที่ลดลงอาจทำให้แบคทีเรียในช่องคลอด หรือ Bacterial Vaginosis (BV) เพิ่มจำนวนขึ้น จนอาจส่งผลต่อกลิ่นภายในช่องคลอด

 

– การใช้ผ้าอนามัยแบบสอด

การใช้ผ้าอนามัยแบบสอดโดยไม่ใส่ใจดูแลอย่างดี อาจเป็นที่มาของกลิ่นจิ๊มิแบบสุดๆได้เลย นอกจากนั้นยังอาจเป็นที่มาของการติดเชื้ออื่นได้อีกด้วย ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า การใช้ผ้าอนามัยแบบสอดนั้นไม่ดี แต่เมื่อเลือกใช้แล้ว ควรดูแลและเอาใจใส่อย่างยิ่ง

 

ถ้าคุณกังวลเกี่ยวกับกลิ่นของน้องสาวที่รัก โดยยังไม่ได้มีอาการผิดปกติใดๆปรากฏ คุณอาจดื่มน้ำเพิ่มขึ้น และลดอาหารที่อาจทำให้เกิดกลิ่นตัว นอกจากนี้คุณยังอาจใช้โปรไบโอติก (probiotics) เพื่อช่วยคืนความสมดุลให้แบคทีเรียเป็นปกติ รวมถึงทำความสะอาดบริเวณภายนอกช่องคลอดด้วยสบู่อ่อน แต่ถ้ารู้สึกว่ากลิ่นจากช่องคลอดเริ่มผิดปกติ ควรรีบปรึกษานรีแพทย์ทันที