ทำไม ไวอากร้า บางคราจึงไม่ได้ผล

ทำไม ไวอากร้า บางคราจึงไม่ได้ผล

ทำไม ไวอากร้า บางคราจึงไม่ได้ผล

ทำไม ไวอากร้า บางคราจึงไม่ได้ผล

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction (ED) เป็นภาวะสุดระทมขมขื่น ยามหื่นโหยก็ไม่สามารถทำอะไรได้ตามต้องการ ดูไปคล้ายกระทบทั้งร่างกายและจิตใจของมนุษย์เพศชายมาหลายชั่วคน จนกระทั่งราวปี 1998 หลังคิดค้น วิเคราะห์ และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จึงมีตัวยาที่ใช้ชื่อสามัญว่า sildenafil หรือชื่อทางการค้าที่รู้กันกันทั่วโลก คือ ‘ไวอากร้า’ (Viagra) ออกมาสู่ท้องตลาด วาดฝันให้ชายแท้ทั้งแก่หนุ่มได้ดี๊ด๊า กลับมากระชุ่มกระชวยกันอีกครั้ง ด้วยหวังว่า แค่กินกลืนมันลงท้องไป เจ้าปืนใหญ่ก็จะกลับมาทำศึกได้คึกคักสุดๆ

 

ถ้าองค์ประกอบและเงื่อนไขลงตัว เจ้าไวอากร้า ยาสู่สวรรค์ ก็สามารถทำงานได้สมคำร่ำลือ แต่ในความเป็นจริง ชายผู้ใช้ยานี้หลายคนกลับไม่ได้ผลดังหวัง กว่า 30% กลับไม่ประสบความสำเร็จจากการใช้มันในครั้งแรก

 

จากการศึกษาของ The Massachusetts Male Ageing Study (MMAS) พบว่า ราว 40%  ของชายกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) และตัวเลขเพิ่มเป็นราว 70%  ในกลุ่มผู้ชายที่มีอายุเกิน 70 ปี ซึ่งผู้ประสบภาวะดังกล่าวอาจต้องพึ่งพายาไวอากร้า โดยกว่า 21% ของผู้ชายอายุระหว่าง 18 ถึง 30 ปี ล้วนเคยใช้ยาไวอากร้า ทั้งนี้ 73.3% ของจำนวนนั้น ใช้มากกว่าหนึ่งครั้ง

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ให้ความรู้ว่า ตัวยา sildenafil ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่อยู่ในยาไวอากร้า จะทำหน้าที่ผ่อนคลายหรือขยายผนังหลอดเลือด ช่วยเพิ่มความคล่องตัวของการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศชาย ทำให้เกิดการแข็งตัว แต่บางครั้งก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการได้รับยาไวอากร้าในครั้งแรกๆ แต่กว่า 60% ของกลุ่มผู้ผิดหวังดังกล่าว สามารถกลับมารับสัมฤทธิผลของไวอากร้าได้อีกครั้ง หากได้รับคำแนะนำหรือปรึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสม ปกติแล้ว ยาไวอากร้าจะออกฤทธิ์ภายใน 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หลังรับประทานเข้าสู่ร่างกาย แล้วแต่ภาวะหลอดเลือดของผู้ใช้ยาฯ โดยมันสามารถทำให้ชายหลายคนกลับมาใช้ชีวิตทางเพศได้อีกครั้ง แต่ก็ไม่ถึงขั้นกลายเป็น Sex Machine แต่ประการใด

 

การใช้ยาไวอากร้าอาจมีผลข้างเคียง อาทิ คัดจมูก มึนศีรษะเล็กน้อย เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการหน้าแดง ผิวออกแดงเรื่อๆ ทั้งนี้เพราะตัวยาฯส่งผลการขยายหลอดเลือดทั่วร่างกาย ไม่ได้เพียงเฉพาะที่อวัยวะเพศเท่านั้น

 

หากมีกำหนดหรือรู้ล่วงหน้าว่าต้องรับยาไวอากร้า ก็ไม่ควรกินอาหารมื้อหนัก เพราะการมีอาหารจำนวนมากในกระเพาะอาหาร จะทำให้ประสิทธิภาพการดูดซึมตัวยา sildenafil เข้าสู่ร่างกายลดลง ทำให้การลำเลียงเลือดไปยังอวัยวะเพศไม่ได้ผลเต็มที่ แม้จะได้รับยาไวอากร้าก็ตาม อีกทั้งประสิทธิภาพการย่อยอาหารอาจลดลงอีกด้วย ยิ่งหากมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยแล้ว ระดับฮอร์โมนเพศชายก็อาจลดลงตามไปอีกต่างหาก

 

ผู้มีภาวะโรคหัวใจอยู่ก่อน ไม่ควรใช้ยาไวอากร้า เพราะอาจส่งผลกระทบให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก อาจถึงขั้นหมดสติหรือหัวใจวายได้ ภาวะโรคเบาหวานหรือปัญหาสุขภาพอื่นก็อาจลดประสิทธิภาพของตัวยา sildenafil ได้เช่นกัน นอกจากนั้น หากผู้ใช้ยาไวอากร้ามีภาวะเครียดเป็นทุนอยู่แล้ว อาจส่งผลกับความสามารถของตัวยาฯในส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเส้นประสาทสมองและอวัยวะเพศ เป็นการลดสัมฤทธิผลของยาไวอากร้าได้อีกหนึ่งกรณี

Share